วิธีต้านภัยโรคกรดไหลย้อน PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย jira Jirachetpattana   
วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 19:44 น.


วิธีต้านภัยโรคกรดไหลย้อนหรือเจ้าเกิร์ด (GERD)


         เป็นที่ทราบกันดีว่า เมื่อโลกของเราเปลี่ยนไป รูปแบบของโรคภัยไข้เจ็บก็จะเปลี่ยนไปตามยุคสมัยด้วย    

กล่าวกันว่า ยุคนี้เป็นยุคที่โรคแผลกระเพาะอาหารและแผลลำไส้จากน้ำย่อย (peptic ulcer disease / PU) ลดลง

เปิดโอกาสให้คลื่นลูกใหม่คือ โรคกรดไหลย้อนหรือเจ้า "เกิร์ด (gastroesophageal reflux disease / GERD)

ได้แจ้ง "เกิด" จนกลายเป็นโรคสุดฮิตแทน 

alt

ภาพที่ 1 > แสดงกระเพาะอาหารที่มีลักษณะเป็นถุง ภายในบรรจุอาหาร น้ำ ลม (อากาศ) และน้ำย่อยซึ่งปกติจะมีฤทธิ์เป็นกรด

  • โปรดสังเกตว่า ด้านบนหลอดอาหารจะมีหูรูด (sphinctor) ซึ่งมีรูปร่างคล้าย "คอคอดขวด (bottle neck)" ทำหน้าที่เปิดให้อาหารและน้ำไหลลงได้ อากาศหรือลมไหลขึ้นได้ (เวลาเรอหรืออาเจียน)
  • ปกติหูรูดนี้จะไม่ยอมให้อาหาร น้ำ และกรดไหลย้อนขึ้นไปทำให้หลอดอาหารอักเสบ เนื่องจากหลอดอาหารของคนเราไม่ทนกรด (จากกระเพาะอาหาร)
  • คนที่เป็นโรคกรดไหลย้อนจะมีการ "ขย้อน" หรือไหลย้อนกลับของอาหาร น้ำ หรือน้ำย่อยจากด้านล่างขึ้นด้านบน




ปกติร่างกายคนเรามีกลไกป้องกันโรคกรดไหลย้อนจากล่างขึ้นบนหลายกลไกได้แก่

  • หลอดอาหารจะมีการบีบไล่อาหารและน้ำในทิศทางจากบนลงล่าง > ทำให้อาหาร น้ำ และน้ำย่อยไหลจากหลอดอาหารลงสู่กระเพาะอาหาร
  • หูรูดส่วนล่าง (บริเวณคอคอดขวดในภาพ) ของหลอดอาหาร (อยู่เหนือกระเพาะอาหารเล็กน้อย) คอยบีบตัว คล้ายๆ เชือกที่รูดปากถุงข้าวสารไว้ไม่ให้ข้าวหก
  • กระเพาะอาหารจะมีการบีบไล่อาหาร น้ำ และน้ำย่อยในทิศทางจากบนลงล่าง > ทำให้อาหาร น้ำ และน้ำย่อยไหลลงสู่ลำไส้เล็ก (อยู่ถัดจากกระเพาะอาหารลงไปด้านล่าง)

      เรื่องของเรื่องคือ กลไกป้องกันเหล่านี้ทำงานได้น้อยลง หรือไม่ดีเท่าที่ควรในคนบางคน ซึ่งพบได้ประมาณ 1 ใน 5 ของประชากรทั่วไป  ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อน  ทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น เกิดการอักเสบจากกรดหรือน้ำย่อย  และการกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติทำให้อวัยวะภายในเรรวน


อาการที่พบบ่อยจากโรคเกิร์ดหรือกรดไหลย้อนขึ้นหลอดอาหาร คอหอย หรือช่องปากได้แก่

  • ปวดแสบร้อนบริเวณหน้าอก > ฝรั่งจึงเรียกว่า 'heartburn' หรือร้อนเหมือนไฟลนหัวใจ เนื่องจากกรดไปทำให้หลอดอาหารอักเสบ
  • รู้สึกคล้ายมีก้อนจุกอยู่ในคอ เนื่องจากบางคนกรดไหลย้อนสูงหน่อย ทำให้กล่องเสียง หรือคอหอยอักเสบเลย
  • กลืนลำบากติดๆ ขัดๆ หรือกลืนเจ็บ เนื่องจากกรดไปทำให้หลอดอาหารอักเสบ แต่ถ้ากลืนอะไรไม่ลงนี่... ต้องรีบไปปรึกษาหมอใกล้บ้าน เนื่องจากอาจเป็นอาการของเนื้องอกในหลอดอาหารได้
  • เจ็บคอ แสบปาก แสบลิ้นเรื้อรัง โดยเฉพาะตอนเช้า เนื่องจากเวลานอนกรดจะไหลย้อนได้มากกว่าเวลาอื่นๆ
  • บางคนได้รสขมของน้ำดี หรือรสเปรี้ยวของกรด เนื่องจากกรดไหลย้อนสูงมากๆ > ถ้ากรดไหลย้อนมากจริงๆ อาจทำให้ฟันสึกกร่อน เสียวฟัน หรือฟันผุได้
  • เสียงแหบ โดยเฉพาะเสียงแหบตอนเช้า
  • ไอเรื้อรัง หรือหายใจไม่ออกตอนกลางคืน
  • เป็นโรคปอดอักเสบบ่อยๆ > ข้อนี้พบในคนที่กรดไหลย้อนมากจนเอ่อล้นเข้าไปในหลอดลม


ทีนี้มาดูวิธีสู้ภัยพิบัติจากโรคกรดไหลย้อนหรือเจ้าเกิร์ดได้แก่

(1). ทำใจ

  • ไม่ว่าจะมีภัยพิบัติใดเกิดขึ้น... ขั้นแรกคือ ต้องทำใจให้ได้ เช่น ปลอบใจตัวเองว่า ไม่เป็นไร
  • คนที่ตายด้วยโรคนี้ (เกิร์ดหรือกรดไหลย้อน) มีน้อยมากๆ คือ หลอดอาหารบางคนอักเสบเรื้อรัง กลายเป็นมะเร็งหลอดอาหาร แต่ก็พบน้อยมากๆ ไม่อย่างนั้นเพื่อนๆ "ร่วมโรค" ของเราอีก 1 พันล้านคนคงจะตายเรียบไปหมดแล้ว
  • พอทำใจได้แล้วจะได้ตั้งใจอยู่กับมันให้ได้ และตั้งหน้าตั้งตาปรับเปลี่ยนแบบแผนการใช้ชีวิต (ไลฟ์สไตล์ / lifestyle) ให้เรื่องหนักกลายเป็นเรื่องเบาต่อไป

(2). ลดความอ้วน

  • ถ้าอ้วน > ควรหาทางลดน้ำหนัก เนื่องจากไขมันในช่องท้อง และไขมันรอบพุงต่างก็มีส่วนเพิ่มแรงดันในช่องท้อง ทำให้กรดไหลย้อนได้ง่ายขึ้น

(3). ลดเครียด

  • ถ้าเครียดง่าย > ควรหาทางลดความเครียด เช่น ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ ฝึกหายใจช้าๆ ไม่เกิน 10 ครั้งต่อนาที วันละ 15 นาที ฝึกไทเกก-ไทชิ มวยจีน โยคะ ฯลฯ
  • เวลาดู TV ไทยต้องมีรีโมตไว้ใกล้ตัว > พอเห็นข่าวร้ายๆ เช่น ข่าวพวกประท้วงทั้ง 2 ฝ่าย ข่าว 3 จังหวัดภาคใต้ ข่าวชายแดนเขมร ฯลฯ จะได้รีบปิด TV หรือเปลี่ยนช่องทันที
  • ถ้ารู้ตัวว่า ขวัญอ่อน... อย่าไปดูข่าวการเมืองมากเกิน เพราะความเครียดจะทำให้เกิดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารออกมามากขึ้นได้

(4). เลิกบุหรี่

  • ถ้าสูบบุหรี่... ควรเลิกบุหรี่ เนื่องจากบุหรี่เพิ่มการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร
  • ถ้าไม่สูบบุหรี่... อย่าสูบเลย

(5). ไม่สวมเสื้อผ้าคับ

  • การสวมเสื้อผ้าคับเพิ่มความดันในช่องท้อง ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น

(6). ระวังท้องผูก

  • การเบ่งอะไรนานๆ โดยเฉพาะเบ่งถ่ายอุจจาระเวลาท้องผูก มีส่วนเพิ่มแรงดันในช่องท้อง ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น
  • วิธีป้องกันท้องผูกที่ดีคือ กินเส้นใย(ไฟเบอร์)จากพืชผักให้มากพอทุกวัน ดื่มน้ำให้มากพอ และออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ

(7). ระวังโรคไอ

  • โรคอะไรก็ได้ที่ทำให้ไอเรื้อรังจะทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น เนื่องจากแรงดันในช่องท้องจะเพิ่มขึ้นมากเวลาไอ

(8). ไม่กินอิ่มเกิน

  • คนที่เป็นโรคกรดไหลย้อนหรือเกิร์ดควรแบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กๆ วันละหลายๆ มื้อ เช่น วันละ 4-5 มื้อ ฯลฯ
  • การกินอาหารมื้อใหญ่ๆ โดยเฉพาะการไปงานเลี้ยงหรือกินฟรี จะทำให้อาหาร น้ำ และลมในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้นมาก ผลคือ กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนมาก

(9). ไม่กินข้าวคำน้ำคำ

  • การกินข้าวคำน้ำคำ หรือการดื่มน้ำตามหลังอาหารแทบทุกคำจะทำให้ปริมาณอาหาร น้ำ และน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น ผลคือ กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนมาก
  • ถ้าเป็นไปได้... ควรกินอาหารแค่พออิ่ม อย่าให้อิ่มเกิน อิ่มแล้วรอสักพัก 10-15 นาทีค่อยดื่มน้ำตาม

(10). ไม่กินไปพูดไป

  • การกินไปพูดไปจะทำให้เผลอกลืนลม(อากาศ)เข้าไปพร้อมอาหาร ทำให้ปริมาณอาหาร น้ำ และลมรวมกันมากเกิน ผลคือ กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนมาก

(11). มื้อค่ำคำเล็กๆ

  • อาหารมื้อเย็นหรือมื้อค่ำควรฝึกกินคำเล็กๆ กินช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด และกินให้เร็วขึ้น เช่น ถ้ากินตอน 2 ทุ่มควรเปลี่ยนเป็น 1 ทุ่ม ฯลฯ และเปลี่ยนเวลากินข้าวเย็นให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ จนอาการทุเลาลง
  • การกินอาหารใกล้เวลานอนจะทำให้อาหารที่ตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร น้ำ และน้ำย่อยไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่าย เนื่องจากหลอดอาหารจะเปลี่ยนแกนจากแนวตั้งเป็นแนวนอน
  • ยิ่งถ้าไม่กินข้าวเย็นแบบพระได้ยิ่งดี เพราะโรคเกิร์ดไม่ถูกกับข้าวเย็น และที่เสี่ยงแบบสุดๆ คือ มื้อดึก ซึ่งควรงดไปเลย

alt 

ภาพที่ 2 > แสดงแนวแกนของหลอดอาหารในท่านอน

  • การนอนหลังอาหารทันทีทำให้กรดไหลย้อนได้ง่าย เปรียบคล้ายการเอียงขวดใส่น้ำให้อยู่ในแนวราบ น้ำจะหกได้ง่าย
  • ทางที่ดีคือ ควรกินอาหารก่อนนอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง และไม่ควรดื่มน้ำมากๆ ก่อนนอนเช่นกัน

(12). ยืน เดิน หรือนั่งหลังอาหาร

  • การก้มตัว โดยเฉพาะการยกของหนักมีส่วนทำให้กรดไหลย้อนได้ง่าย

 alt

ภาพที่ 3 > แสดงแนวแกนของหลอดอาหารในท่าก้มตัวไปข้างหน้า

  • การก้มตัวไปข้างหน้า หรือเอี้ยวตัวไปด้านข้างหลังอาหารทันทีทำให้กรดไหลย้อนได้ง่าย เปรียบคล้ายการเอียงขวดใส่น้ำให้อยู่ในแนวราบ น้ำจะหกได้ง่าย

(13). ไม่ยกของหนัก

  • การยกของหนักหลังอาหารทันทีจะทำให้แรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้นมาก ผลคือ กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้นมาก  ทางที่ปลอดภัยกว่าคือ ไม่ยกของหนักภายใน 2 ชั่วโมงแรกหลังอาหาร

 alt

ภาพที่ 4 > แสดงการยกของหนักหลังอาหาร

(14). กินอาหารไขมันต่ำ

  • อาหารไขมันสูง โดยเฉพาะอาหารประเภท "ผัดๆ ทอดๆ" หรืออาหารที่มีน้ำมันมาก เช่น กินสลัดผักแบบเทน้ำสลัดโชกหยาดเยิ้ม หรือกินแกงกะทิมากๆ ฯลฯ มีส่วนทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น

(15). หลีกเลี่ยงอาหารบางอย่าง

  • อาหารบางอย่างอาจทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น พวกเราที่เป็นโรคเกิร์ดควรสังเกตว่า เราถูกกับอาหารอะไร ไม่ถูกกับอาหารอะไร จดบันทึกไว้ ต่อไปจะได้ปรับเปลี่ยนได้ ฯลฯ
  • อาหารที่ไม่ถูกหรือแสลงกับโรคก็ควรกินแต่น้อย ไม่ต้องถึงกับงดจนเป็นศูนย์ เดี๋ยวชีวิตจะไม่มีความสุข
  • อาหารที่ทำให้โรคเกิร์ดหรือกรดไหลย้อนแย่ลงได้แก่ หัวหอม กระเทียม มะเขือเทศ อาหารจานด่วน(ฟาสต์ฟูด) ชอคโกแลต ถั่ว ลูกอม เนย ไข่ นม หรืออาหารรสจัดบางอย่าง
  • ถ้าดื่มนม... ควรเปลี่ยนนมเป็นนมไขมันต่ำ หรือนมไม่มีไขมัน

(16). ไม่ดื่มน้ำคราวละมากเกิน

  • การดื่มน้ำคราวละมากๆ เช่น 4-5 แก้วรวดเดียว ฯลฯ จะทำให้ปริมาตรอาหาร น้ำ และน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่าย

(17). ไม่ดื่มเครื่องดื่มมากเกิน

  • ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มมากเกินด้วยเหตุผลเดียวกับข้อ (16) เครื่องดื่มที่อาจทำให้กรดไหลย้อนได้ง่ายคือ กาแฟ ชา น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง แอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ สาโท ฯลฯ

(18). ลดน้ำอัดลม

  • น้ำอัดลมทำให้ปริมาตรของลม(อากาศ)และน้ำในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น ผลคือ กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นยังทำให้อ้วนง่ายด้วย

(19). ลดน้ำผลไม้

  • น้ำผลไม้มีน้ำตาลมาก ทำให้อิ่มได้น้อย ทำให้ปริมาตรของลม(อากาศ)และน้ำในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น ผลคือ กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นยังทำให้อ้วนง่ายด้วย

(20). นอนหัวสูง

  • นอนหัวสูงในที่นี้ไม่ใช่หนุนหมอนหลายๆ ใบ เนื่องจากการหนุนหมอนหลายๆ ใบจะทำให้ปวดคอได้ง่าย
  • วิธีที่ดีกว่าคือ การหาแผ่นไม้หรือแผ่นโลหะที่แข็งแรงมั่นคงมารองขาเตียงด้านหัวให้สูงขึ้น 6-10 นิ้ว เพื่อให้หลอดอาหารอยู่ในแนวตั้งมากขึ้นดังภาพ

 alt

ภาพที่ 5 > แสดงการใช้ของแข็งหนุนหัวเตียง

  • การรองหัวเตียงทำให้หลอดอาหารอยู่ในแนวนอนน้อยลง แนวตั้งเพิ่มขึ้น ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้น้อยลง
  • ถ้าเป็นไปได้... ควรหาอะไรป้องกันไม่ให้ลำตัวลื่นไหลตกไปด้านปลายเตียงด้วยจึงจะดี


เป็นงัยค่ะ  20  วิธีต้านภัยโรคกรดไหลย้อน  ลองเอาไปทำกันดูนะค่ะ แต่ถ้าทำทุกวิธีแล้วอะไรๆ ยังไม่ดีขึ้น เรียนเสนอให้ปรึกษาหมอ เภสัชกร พยาบาล หรือหมออนามัยใกล้บ้าน เพื่อพิจารณาใช้ยาลดกรด (ทำให้การหลั่งกรดลดลง) และยาเสริมการทำงานของหูรูดหลอดอาหาร (ทำให้กรดไหลย้อนได้น้อยลง)

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ นะค่ะ

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 02 มีนาคม 2012 เวลา 16:22 น.
 
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday68
mod_vvisit_counterYesterday123
mod_vvisit_counterThis week444
mod_vvisit_counterLast week1224
mod_vvisit_counterThis month1668
mod_vvisit_counterLast month6978
mod_vvisit_counterAll days80846

We have: 8 guests, 1 bots online
Your IP: 207.241.237.107
Mozilla 5.0, 
Today: ธ.ค. 10, 2013
Visitors Counter



ขับเคลื่อนโดย Joomla!. Designed by: Joomla 1.5 template  Valid XHTML and CSS.